|
|
เบาหวานขึ้นตา
เป็นที่ทราบกันดีว่าเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือดเป็นโรคเรื้อรังและสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดเล็กๆทั่วร่างกาย เช่น ที่ไต หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ สมอง และตา เป็นต้น ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากๆและมีปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงร่วมกับเบาหวาน จะยิ่งทำให้เกิดการเสื่อมของหลอดเลือดได้เร็วขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายคือเส้นเลือดที่จอประสาทตา หลอดเลือดฝอยที่จอประสาทตาจะสูญเสียความแข็งแรงของผนัง เกิดการโป่งพองและมีการรั่วซึมของเลือดและน้ำโปรตีนออกมาภายนอกหลอดเลือด ทำให้เกิดลักษณะเส้นเลือดฝอยโป่งพอง (microaneurysm) มีจุดเลือดออกที่จอตา (dot hemorrhage) และมีตะกอนสีเหลืองขาวที่เกิดจากการรั่วซึมของของเหลวออกมาจากเส้นเลือด (exudates) ทำให้เกิดการบวมของจอประสาทตาดังรูปที่1 เป็นผลทำให้สายตามัวลง
 |
รูปที่ 1 แสดงเบาหวาน ขึ้นจอประสาทตา พบจุดเลือดออกและ ตะกอนโปรตีนที่จอประสาทตา |
นอกจากนี้ หลอดเลือดที่ผิดปกติดังกล่าวมักมีการอุดตันทำให้เกิดการขาดเลือดของเนื้อเยื่อรอบๆ ผลที่เกิดขึ้นคือ เกิดการงอกของเส้นเลือดที่ผิดปกติขึ้นที่จอประสาทตา เส้นเลือดดังกล่าวมักเปราะแตกง่าย และเมื่อเส้นเลือดผิดปกติดังกล่าวแตกออกจะทำให้เกิดมีภาวะเลือดออกที่จอประสาทตาและน้ำวุ้นตา ทำให้ตามัวลงทันทีอย่างมากได้ ดังรูปที่2 และ 3
 |
รูปที่ 2 แสดงเส้นเลือดงอก ผิดปกติที่จอประสาทตา |
 |
รูปที่ 3 แสดงภาวะเลือดออก ที่จอประสาทตาและ น้ำวุ้นตา ในผู้ป่วยเบาหวาน |
หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาและปล่อยให้เกิดเส้นเลือดงอกร่วมกับเลือดออกที่จอประสาทตาและน้ำวุ้นตาอยู่นานๆ จะทำให้เกิดพังผืดขึ้นที่จอตาและในน้ำวุ้นตา ดึงรั้งให้จอประสาทตาลอกตัวทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
 |
รูปแสดงพังผืดบน จอประสาทตาและ รอบๆขั้วประสาทตา | ผู้ป่วยเบาหวานทุกราย จึงต้องได้รับการตรวจจอประสาทตาโดยจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปี หากพบความผิดปกติขั้นต้น จักษุแพทย์จะนัดตรวจติดตามบ่อยขึ้นและให้การรักษาด้วยแสงเลเซอร์เมื่อมีข้อบ่งชี้ (จอประสาทตาส่วนกลางบวมหรือมีเส้นเลือดงอกผิดปกติ) หรือให้การรักษาอื่นๆ เช่น ฉีดยาเข้าน้ำวุ้นตา และในกรณีที่มีจอประสาทตาลอก แพทย์จะให้การรักษาโดยการทำผ่าตัดน้ำวุ้นตา ผู้ป่วยควรควบคุมระดับน้ำตาลและภาวะผิดปกติอื่นๆให้อยู่ในภาวะใกล้เคียงปกติ และมารับการตรวจตาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและรักษาการมองเห็นไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดย : คณะอนุกรรมการวิชาการ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย
|